กว่าจะเป็นห้องซ้อม

ต้องถามคุณก่อนนะครับว่า ปกติเล่นดนตรี หรือ มีความรู้การใช้อุปกรณ์ทางด้านดนตรีมากน้อยขนาดไหน
เพราะการที่จะเปิดห้องซ้อม ไม่ใช่แค่เปิด แล้ว ให้เด็กมาเล่นนะครับ คุณต้องดูแลรักษาอุปกรณ์ทุกชิ้นด้วยตัวคุณเอง- คุณต้องตั้งเสียงกลองเป็น ต้องเปลี่ยนหนังกลองเป็น คุณต้องตั้งสายกีต้าร์ สายเบสเป็น ไม่ใช้ว่าจะให้เด็กตั้งอย่างเดียวนะครับ
เพราะคุณจะต้องเจอทั้งพวกที่แมร่งเล่นกันเก่งจริง กับ พวกที่ก๋องแก๋งมั่ง เล่นโชว์หญิงบ้าง หรือ พวกที่อยากเป็นนักดนตรีจริง
แต่เพิ่งหัดเล่น และต้องการคำแนะนำบ้าง เพราะฉนั้น คุณจะต้องเจอปัญหา หนังกลองแตก หนังกลองหย่อน กระเดื่องเหยียบแล้วไม่เด้ง
แฉแตก สายขาด ฯลฯ เมื่อคุณเป็นผู้ดูแล คุณต้องแก้ปัญหาพวกนี้ได้นะครับ

– คุณต้องรู้จักการปรับแต่งหน้าตู้ ( ตู้แอมป์ ) พอสมควร รู้จักขั้นตอนการใช้ Mixer พอสมควร เพราะอย่างที่ว่า ถึงเวลาเล่น
เด็กๆ เค้าจะปรับหน้าตู้กันเอง แต่คุณเองก็ต้องมีความรู้พอที่จะรู้ว่า ถ้าไอ้พวกนี้เล่นเสียงประมาณนี้ ตู้กรูพังแน่ ดอกกูขาดแน่ หรือ
ทำไมเล่นแล้วมันมีเสียงจี่ดังตลอด จะแก้ไขอย่างไร คุณต้องรู้จัการซ่อมสายแจ๊ค เปลี่ยหัวแจ๊คเป็น เมื่อสายเสียคุณจะต้อง บัดกี หัวแจ๊ค
เปลี่ยนใหม่ จะต้องทำสาย สแป เอาไว้ อีกอย่าง ที่คุณจะซื้อสายสำเร็จรูปมา จะแพงกว่า การที่คุณซื้อสายแยกต่างหาก กับ หัวต่างหาก

– จริงๆ ยังมีปัญหาจุกจิกๆ อีกเยอะนะครับ ถ้าคุณเองเล่นดนตรี แล้วมีห้องซ้อมที่ประจำๆ ลองคุยกับเจ้าของห้องดูนะครับ เค้าจะให้
รายละเอียดได้อีกเยอะ ถ้าคุณพร้อม ผมพอจะแนะนำต่อได้บ้าง ตามประสาคนที่เล่นดนตรีแล้วอยากมีห้องซ้อมเหมือนกัน

1 คุณต้องดูก่อนว่า คุณมีงบประมาณเท่าไรในการเปิดห้องซ้อม คุณจะเปิดกี่ห้อง แล้วเมื่อเปิดจะมีเด็กมาเล่นคุ้มกับค่าใช้จ่ายหรือเปล่า
เพราะคุณต้องไม่ลืมว่า การเก็บเงินคุณเก็บเป็นชั่วโมงตายตัว คุณอาจจะเปิดวันล่ะ 10 ชั่วโมง ชั่วโมงล่ะ 140 จะมีเด็กเล่นวันล่ะ 10 ชม
เลยหรือเปล่า…

2 ตีคร่าวๆ เลยว่า ค่าเครื่องดนตรีต่อหนึ่งห้อง ไม่ต่ำกว่า 50000 บาท ( เฉพาะค่าเครื่องนะครับ ไม่รวมค่าบุห้อง ) คุณต้องอย่าลืมว่าเด็กๆ เดียวนี้ เลือกที่จะเล่นนะครับ ถ้าเป็นพวกก๋องแก๋ง คงไม่เลือกมาก แต่ถ้า คุณเจอพวกเก่งพอตัว แล้ว คุณใช่เครื่องราคาต่ำๆ เค้าเองก็มีตัวเลือกอื่นอีกเยอะนะครับ เพราะฉนั้น การเลือกซื้อ อุปกรณ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นกีต้าร์ กลอง เบส ตู้แอมป์กีต้าร์ แอมป์เบส คุณต้องดูเป็น เพราะคุณไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องราคาแพงๆ คุณแค่ซื้อเครื่องราคาปานกลาง แต่พอเซ็ตห้องแล้วเสียงโดยรวมออกมาดูดีได้ คุณสามารถหาเครื่องมือสอง ราคาไม่แพงมาใช้ ตามหลังกระทรวง หรือจะเป็นที่ชั้นสองพันทิพย์ หรือจะเป็นที่อื่นๆ ก็ได้อันนี้หล่ะครับ ที่ผมถึงบอกว่า คุณต้องเล่นดนตรี และ รู้จักอุปกรณ์แต่ละตัวดีพอสมควร

3 การทำห้องเก็บเสียง จริงๆ แล้วมันมีหลายวิธีด้วยกันครับ ไม่ว่าจะเป็นการใช้แผ่นซับเสียง ( แพงพอสมควร ) แต่ก่อนที่จะติดแผ่นซับเสียง จะต้องมีกรรมวิธี อีกหลายขั้นตอน เพราะห้องซ้อม ไม่เหมือนห้องโฮมเทียเตอร์ การใช้แต่แผ่นซับเสียง มันไม่พอหรอกครับ ( ถามมาหลายร้านแล้ว ) แต่ละหลาย บอกว่า เฉพาะ ค่าทำห้องก็ปาเข้าไปหลายหมื่นแล้ว

4 หนังสือพวกนี้ในตำราไทย ไม่มีหรอกครับ ส่วนมากพวกที่มาเป็นห้องซ้อม มักเป็นนักดนตรีอยู่แล้ว พวกนี้เค้าจะมีประสบการ์ณตรงมากกว่า